Tuesday, 30 April 2013

Lawyerthai.com Facebook Cover

http://www.lawyerthai.com สุดยอดเว็บกฎหมายไทย, ทนายความ, ทนาย, คดีความ, กระดานสนทนา - Thailand Online Lawyers and Community

Lawyerthai.com Facebook Cover

Lawyerthai.com Facebook Cover
'โลก(กำลังจะ)ไร้น้ำมัน' ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับน้ำมันที่เหลืออยู่บนโลก

ที่มา: www.creativemove.com/infographic

Lawyerthai.com Facebook Cover
มีข่าวดียามบ่ายมาฝากแฟนเพจกันครับ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ร่วมฉลองวันแรงงานแห่งชาติดูพี่มากฟรีกันไปเลยย

Lawyerthai.com Facebook Cover
ข่าวดีคนรักหนัง! สคบ.เตรียมจัดระเบียบโรงหนัง หลังผู้บริโภคร้องค่าตั๋ว-ของกิน แพงเกินจริง รับจากการตรวจสอบพบแพงเป็นอันดับ 3 ของโลก!!

นายจิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ในช่วงต้นเดือนพ.ค.นี้ สคบ.จะเชิญผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ทั้งหมด เข้าหารือและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการให้บริการลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในโรงภาพยนตร์ หลังได้รับร้องเรียนจากผู้บริโภคหลายรายว่า ราคาค่าบริการส่วนใหญ่แพงเกินความจริง โดยเฉพาะราคาบัตรชมภาพยนตร์ และราคาค่าอาหาร และเครื่องดื่ม โดยแนวทางการควบคุม สคบ.จะประสานกรมการค้าภายในช่วยตรวจสอบ และกำหนดราคาที่เหมาะสมให้ ขณะเดียวกันหากผู้บริโภครายใดมีข้อสงสัยว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถร้องเรียนมาที่สคบ.ได้ตลอดเวลาราชการ หรือแจ้งมายังสายด่วน 1166

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่สคบ. พบว่า อัตราค่าบริการภายในโรงภาพยนตร์ของไทยมีค่าบริการสูงมากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการมักอ้างถึงต้นทุนการดำเนินงานที่มีจำนวนมาก ทั้ง อัตราค่าเช่า ต้นทุนแรงงาน และค่าลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ที่เข้าฉาย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเข้ามาควบคุม และจัดระเบียบใหม่ให้ถูกต้อง


“เห็นว่าตั๋วดูหนังตอนนี้แพงจริงๆ มีราคาประมาณ 200 บาท เมื่อเทียบกับระยะเวลาที่ผ่านมาไม่กี่ปีก็ปรับราคาเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ขณะที่ของที่ขายในโรงหนัง ทั้งป๊อปคอร์น ฮ็อตด็อก น้ำดื่มก็ราคาแพง และก็ไม่ได้มีการตรวจสอบ หรือควบคุมอะไรเลย รวมถึงบางวันก็มีราคาไม่เท่ากัน และหากเลือกใช้บริการที่นั่งดูหนังอย่างดี ก็มีราคาเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า ดังนั้นเพื่อให้เกิดมาตรฐานความเป็นธรรม คงต้องมาจัดระเบียบใหม่ โดยจะขอรับการชี้แจงข้อเท็จจริงจากผู้ประกอบการก่อนว่า เหตุใดจึงคิดราคาในระดับนี้ มีต้นทุนที่เหมาะสมกับความเป็นจริงหรือไม่”
นายจิรชัย กล่าวว่า นอกจากการเตรียมจัดระเบียบโรงภาพยนตร์แล้ว สคบ.ยังจัดระเบียบการโฆษณา ผ่านทางฟรีทีวี และทีวีดาวเทียมด้วย โดยล่าสุดได้จัดสัมมนาชี้แจงและรับฟังข้อคิดเห็นจากหน่วยงานต่างทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน รวม 12 ครั้งทั่วประเทศ เพราะปัจจุบันธุรกิจโฆษณาได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการโฆษณาสินค้าในช่องทีวีดาวเทียม มีผู้ประกอบการบางรายขายสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ โฆษณาเกินความจริง และโฆษณาชวนเชื่อ อาจทำให้ผู้บริโภคได้รับความเดือนร้อนหากเลือกซื้อสินค้าจำพวกนี้ไปใช้ได้


อย่างไรก็ตามจากการเฝ้าสังเกตโฆษณาในปัจจุบัน โดยขอความร่วมมือจากประชาชนให้เป็นเครือข่ายช่วยติดตามว่า มีโฆษณาใดที่เข้าข่ายการขายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน หรือโฆษณาใดเป็นโฆษณาตัวอย่างที่ดูแล้วเข้าข่ายส่งเสริมศีลธรรม ไม่ผิดกฎหมายของสคบ. ส่งเสริมการบริการที่เหมาะสม และช่วยเสริมสร้างความสามัคคีในชาติ สคบ.จะจัดสำดับความสำคัญ หากโฆษณาใดผิดกฎหมายจะต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย ส่วนโฆษณาใดที่ได้รับการคัดเลือกว่าดีต่อประชาชน สคบ.จะมอบรางวัลโฆษณาดีเด่นไม่เอาเปรียบผู้บริโภคให้

ที่มา http://www.dailynews.co.th/businesss/200502

Lawyerthai.com Facebook Cover
แบบนี้ก็มีด้วย!? โปรโมเตอร์ชื่อดังจัดมวยคู่พิเศษ "เมียหลวงปะทะเมียน้อย" ในศึกชิงผัว

วันที่ 28 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานประจำปีครบรอบวันเกิดพระครูบวรสาธุกิจ หรืออาจารย์จิ้ม เจ้าอาวาสวัดศรีมโนภาสสถิตพร หมู่ที่ 1 ต.แกลง อ.เมืองระยอง ในวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม นี้ จะมีการแข่งขันชกมวยไทย "ศึกวันรวมน้ำใจมหากุศลถล่มเดิมพันเมืองระยอง" จัดโดย "รำพึง เพชรชมพู" โปรโมเตอร์ชื่อดังรุ่นเก่าแห่งภาคตะวันออก และ "ดาวธง ศิษย์ยอดธง" โดยคู่มวยที่น่าจะเรียกความสนใจให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างมาก นั่นก็คือ มวยหญิงคู่พิเศษ ระหว่างฝนเทียม ป.ฉัตรชัย (เมียหลวง) มุมแดง น้ำหนัก 65 กิโลกรัม กับดาวเจิดจ้า อ.มีคุณ (เมียน้อย) มุมน้ำเงิน หนัก 60 กิโลกรัม ซึ่งคู่นี้เคยชกกันมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ ที่เวทีมวยชั่วคราวอ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ผลการชกดาวเจิดจ้า (เมียน้อย) เป็นฝ่ายชนะ

ทั้งนี้ เงินรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะมอบให้ทางวัดเพื่อใช้จัดซื้ออุปกรณ์การเรียน การสอนให้โรงเรียนวัดศรีมโนภาสฯ โรงเรียนวัดท่าเรือแกลง โรงเรียนวัดตะเคียนทอง และโรงเรียนวัดเขายายชุม ต.แกลง

ที่มา : มติชน

Lawyerthai.com Facebook Cover
ประกาศแล้ว!! เปิดรับสมัครสอบ ก.พ. ภาค ก. 2556 ตั้งแต่วันที่ 8-30 พ.ค. 2556 http://job3.ocsc.go.th/

Lawyerthai.com Facebook Cover
ทำผิดยังมีหน้าโชว์

ป.ล. เขาบอกอยากออกสื่อ ช่วยเขาหน่อย

Lawyerthai.com Facebook Cover
คนจีนทำอะไร ไม่แพ้ชาติใดในโลก

Lawyerthai.com Facebook Cover
อันนี้ผิดศีล และผิดกฏหมายด้วยนะ : O

โจรหน้าหล่อ? ค้ายาหาเงินเลี้ยงเมีย 5 คน พอโดนจับเมียทั้ง 5 ถึงขั้นตบกันสนั่นโรงพักเพราะไม่รู้มาก่อน

ภาพจาก เพจเรื่องเล่าเช้านี้

Lawyerthai.com Facebook Cover
ประกาศชัดๆ! ติดต่อราชการถ่ายสำเนาบัตรประชาชน แค่ "ด้านหน้า" เท่านั้น

ล่าสุด ทางกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้หน่วยงานราชการทุกแห่งเปลี่ยนมาถ่ายสำเนาเฉพาะด้านหน้าเพียงด้านเดียวเท่านั้น เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และเป็นการลดค่าใช้จ่ายประชาชน เพราะว่าเป็นด้านที่มีตัวเลข 13 หลักกำกับไว้ รวมถึงมีข้อมูลหลักฐานครบถ้วนอยู่แล้ว อีกทั้งปัจจุบันได้มีการนำบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) เข้ามาใช้ในระบบอย่างทั่วถึงแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องถ่ายถึงสองหน้าแบบเดิมอีก

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา การถ่ายสำเนาบัตรประชาชนทั้งสองด้าน เพราะประชาชนยังคงใช้บัตรประชาชนแบบเก่า ซึ่งเป็นบัตรที่ข้อมูลด้านหน้ายังไม่ครบถ้วน จึงจำเป็นต้องใช้ข้อมูลด้านหลังมาประกอบ

ที่มา : มติชน

Lawyerthai.com Facebook Cover
เอ่ออ แอดมินดูแล้ว รู้สึกจะไม่ใช่นะ T T

Lawyerthai.com Facebook Cover
ครม.เห็นชอบแก้กฎหมายกบข. ให้สิทธิข้าราชการเลือกรูปแบบการรับเงินบำนาญ (23/4/56)

สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ จะให้สิทธิแก่ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.ซึ่งเข้ารับราชการก่อนวันที่ 27 มี.ค.40 และสมัครเป็นสมาชิก กบข.สามารถแจ้งความประสงค์จะกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 ให้แสดงความประสงค์ได้ตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ จนถึงวันที่ 30 ก.ย.57 และให้ถือว่าสมาชิกภาพของสมาชิกผู้นั้นสิ้นสุดลง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.57

ขณะเดียวกันร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้จะให้สิทธิผู้รับบำนาญที่เป็นสมาชิก กบข.ซึ่งเข้ารับราชการก่อนวันที่ 27 มี.ค.40 และสมัครเป็นสมาชิก กบข.แต่ได้ออกจากราชการแล้วหากประสงค์จะขอกลับไปรับบำนาญตาม พ.ร.บ.เดิม ให้แสดงความประสงค์ได้ตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.57 และผู้รับบำนาญจะต้องคืนเงินก้อน ซึ่งหมายถึงเงินประเดิม เงินชดเชย เงินสมทบ และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าวที่ได้รับไปแล้วแก่ทางราชการ โดยผู้รับบำนาญจะได้รับบำนาญตามสูตรเดิม ตั้งแต่วันที่ออกจากราชการจนถึงวันที่ 30 ก.ย.57 โดยวิธีหักกลบลบกัน

"ครม.เห็นชอบว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสม ซึ่งการจะแก้กฎหมายก็ต้องใช้เวลาบ้าง เพราะฉะนั้น หลังจากที่สภาฯ ได้อนุมัติร่างกฎหมายฉบับนี้ จะมีเวลาในช่วงก่อนจะสิ้นสุดปีงบประมาณ 57 อีกราวครึ่งปีเพื่อให้สมาชิกไตร่ตรองว่าจะเลือกใหม่หรือไม่" นายกิตติรัตน์ กล่าว

พร้อมระบุว่า รัฐบาลจะยังคงใส่เงินสมทบเข้ากองทุน กบข.เพิ่มเติมทุกปี เพราะเชื่อว่างบประมาณที่จะต้องใช้สำหรับการรองรับข้าราชการที่เกษียณอายุในอนาคตจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบันที่อยู่ในระดับแสนล้านบาทต่อปี และในอีก 10-20 ปีก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งรัฐบาลมีแนวคิดที่จะจัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 57 มาใช้สำหรับการดูแลข้าราชการในส่วนนี้

"ได้มีการหารือกันว่ารัฐบาลควรออมเพิ่มเพื่อดูแลข้าราชการในอนาคต ซึ่งงบประมาณในอนาคตจะยิ่งเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องเริ่มออมตั้งแต่วันนี้เพื่อดูแลข้าราชการให้ดีขึ้น คาดว่าจะจัดสรรงบประมาณจำนวนหนึ่งในงบปี 57 ในเรื่องของการออมเพื่อดูแลข้าราชการเหล่านี้...ถ้าไม่เตรียมการก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากปัจจุบันแสนล้านบาทต่อปี ถ้าไม่ออมก็จะเพิ่มเป็น 2-3 แสนล้าน และเป็นไปได้ว่าใน 10-20 ปี จะเพิ่มขึ้นไปจนกลายเป็นสัดส่วนที่สูงเกินไปสำหรับงบประมาณรวม" นายกิตติรัตน์ กล่าว

Lawyerthai.com Facebook Cover
ต่อให้เป็นการหยอกเย้าจากผู้เป็นพ่อหรือแม่ก็ไม่ควรทำ เพราะถ้าเด็กอายุประมาณนี้กระโหลกศรีษะยังต่อกันไม่สมบูรณ์ แขนขาอันน้อยนิดก็ยังเปราะบาง สามารถหักได้ง่าย เพราะฉะนั้นแล้วไม่ว่าจะหยอกเล่นหรือทำจริงก็ไม่ควร แล้วจากการสังเกตุดูที่ภาพล่างสองภาพสีหน้าของเด็กเหมือนจะไม่ต้องการให้ผู้เป็นพ่อแม่หรือใครก็ตามเล่นกับตัวเองเช่นนี้

Lawyerthai.com Facebook Cover
คมก่อนนอน

Lawyerthai.com Facebook Cover
น่าสนใจครับ

ภาพจาก : Infographic Thailand

Lawyerthai.com Facebook Cover
พักสายตายามบ่าย //ดูผ่านๆ นึกว่าที่คาดผม T_T

Lawyerthai.com Facebook Cover
เตรียมกฎใหม่ใครเมาแล้วขับโพสต์ประจานเฟซบุ๊ก

วันที่ 22 เม.ย.จากกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่งโพสต์รูปข้อความเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติของจนท.ตำรวจ และ รองผบช.น ดูแลงานจราจรได้สั่งการให้มีการตรวจสอบดำเนินการเรียบร้อยไปแล้วนั้น

ล่าสุด พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผบช.น. (ดูแลงานจราจร) ได้เปิดเผยว่าตำรวจจราจรกรุงเทพฯไม่เลือกปฏิบัติและได้มีการตั้งด่านตรวจวัดแอลกฮอล์ทุกคืน ซึ่งจะมีการรายงานผลการจับกุม ซึ่งมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย และสามารถตรวจสอบได้ผ่านทางแฟนเพจ

โดยด่านตำรวจจราจรทุกด่านจะมีกล้องบันทึกภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ โดยการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์คนขับ ด้วยเครื่องตรวจวัดแอลกฮอล์แบบพกพา(มีลักษณะคล้ายไมค์สีเหลือง) ซึ่งถ้าพบว่ามีปริมาณแอลกฮอล์เกินจะนำมา ตรวจวัดแอลกฮอล์แบบเป่าที่จุดตรวจ ถ้าพบว่ามีปริมาณเกิน 50มล.% จะถูกจับกุมดำเนินคดี เพื่อนำส่งฟ้องศาลต่อไป

ทั้งนี้จะได้มีการบันทึกภาพไว้ พร้อมรายงานและส่งภาพผ่านทางระบบ LINE นำมาลงเฟซบุ๊กทุกวัน นอกจากนี้ รองผบช.น. (ดูแลงานจราจร) ยังได้โพสต์รูปของผู้ต้องหารายที่เมาแล้วขับโดยระบุว่าผู้หญิง2คนในภาพคนหนึ่งทำงานพริตตี้ อีกคนเป็นภริยาตำรวจซึ่งก็ถูกจับกุมเหมือนกัน พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าไม่เลือกปฏิบัติ

Lawyerthai.com Facebook Cover
คมก่อนนอน

Lawyerthai.com Facebook Cover
หลังจากมีคลิปครูฝึกทำร้ายทหารเกณฑ์ออกมาหลายคลิป ล่าสุด ทบ.เผยได้ลงโทษ10นายสิบ ส.พัน15รุมซ้อมทหารเกณฑ์แอบสูบบุหรี่. เปิดช่องเล่นคดีอาญาต่อ เผยเหตุในคลิป เป็นปี 54...พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก เสียใจ และขออภัย คลิปครูฝึกลงโทษทหารใหม่อย่างรุนแรง

เบื้องต้นตรวจสอบพบแล้วว่าเ ป็นเหตุการณ์เมื่อปี 54 ที่กองพันทหารสื่อสารที่ 15 โดยกลุ่มกำลังพลนายสิบบรรจุใหม่ซึ่งทำหน้าที่ครูฝึกทหารใหม่ จำนวน 10 คน ขณะนี้หน่วยต้นสังกัดได้สอบสวนลงโทษทางวินัยผู้ที่กระทำผิดแล้วด้วยการจำขังในทันที และจะดำเนินการต่อในส่วนความผิดทางอาญาด้วย

กองทัพบกขอยืนยันว่าการปกครองบังคับบัญชามีระเบียบการปฏิบัติที่ชัดเจน รวมถึงการลงทัณฑ์ที่ไม่ใช่เป็นการทำร้ายร่างกาย ผู้ใดฝ่าฝืนถือเป็นการกระทำความผิดจะต้องได้รับโทษอย่างหนัก “ผบ.ทบ.เน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นดูแลเรื่องการฝึก การอบรม การลงทัณฑ์ให้เป็นไปตามระเบียบกองทัพบกอย่างเคร่งครัด ถ้าตรวจพบว่า ยังมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตัวให้เป็นไปตามกฎระเบียบ จะต้องมีโทษและถูกดำเนินการทางด้านวินัยสถานหนักแน่นอน

ขอให้พี่น้องลูกหลานอย่าวิตกกังวล กองทัพบกพยายามที่จะแก้ปัญหาเรื่องลักษณะนี้มาตลอดโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันนี้ สำหรับใครที่มีบุตรหลานเป็นทหาร กองทัพบกเปรียบบุตรหลานท่านเหมือนเป็นญาติพี่น้องในครอบครัว หากมีข้อมูลเกี่ยวกับความประพฤติที่ไม่เหมาะสมของครูฝึกหรือพลทหารรุ่นพี่ สามารถแจ้งผู้บังคับบัญชาระดับนาย

Lawyerthai.com Facebook Cover
ขำๆ ก่อนนอน 555+

Lawyerthai.com Facebook Cover
แชร์ว่อนเน็ต! เมื่อมีผู้ใช้ facebook นามว่า Noo Bell Cawaii อ้างว่าโดนเป่าแอลกอฮอล์เกินกำหนด แต่ไม่ต้องเสียค่าปรับ และไม่ต้องไปโรงพัก แถมนายตำรวจนายนี้ยังนำขนมและน้ำดื่มมาให้กิน พร้อมโหลดเกมใน iphone มาเล่นแข่งกัน จนหายเมา แล้วจึงปล่อยให้ขับรถกลับบ้านได้

ล่าสุด พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผบช.น. (ดูแลงานจราจร) จึงส่งเรื่องไปให้ทาง สน.โชคชัยตรวจสอบ ว่าทำไมสาวสวยรายนี้จึงไม่ต้องเสียค่าปรับ แถมยังไม่ต้องไปนอนในโรงพักเหมือนท่านอื่นๆ

งานนี้ไม่รู้จะมีมวยล้ม ต้มคนดูหรือไม่ โปรดติตามตอนต่อไปครับ

Lawyerthai.com Facebook Cover
ข่าวรับสมัครงานทนายความครับ

Lawyerthai.com Facebook Cover
ดูกันชัดๆ! ที่มาความขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา และแนวทางสู้คดีเขาพระวิหาร

การต่อสู้คดีพื้นที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหารระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ศาลโลก ณ กรุงเฮก กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างกว้างขวางผู้สื่อข่าวจึงขอประมวลข้อมูลเพื่อความเข้าใจที่มา-ที่ไป ของเหตุการณ์ที่นำไปสู่การสู้คดีดังกล่าว และแนวทางทีไทย และ กัมพูชาใช้ต่อสู้คดีกันในศาลโลกดังนี้

@กัมพูชากับไทยขึ้นศาลกันเรื่องอะไร และทำไม?

การขึ้นศาลไม่ใช่การฟ้องคดีใหม่ แต่เป็นการขอตีความ คำพิพากษาที่ศาลโลกเคยมีไว้แล้วใน ปี พ.ศ. 2505 ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าใจความเป็นมาของเรื่องราว ที่นำไปสู่คำตัดสินของศาลโลกในปี พ.ศ. 2505 ก่อน


@ความเป็นมา และบริบทของความขัดแย้งนี้เป็นอย่างไร?

ความเป็นมาของข้อขัดแย้งเรื่องปราสาทเขาเริ่มจากสนธิสัญญาที่ฝรั่งเศสซึ่งขณะเป็นเจ้าอาณานิคมที่ปกครองกัมพูชาอยู่ได้ทำสัญญาแบ่งเส้นเขตแดนบริเวณเขาพระวิหารกับไทย(ซึ่งขณะนั้นเป็น“สยาม”)

สยามได้ทำสนธิสัญญาแบ่งเส้นเขตแดนกับฝรั่งเศสในปีพ.ศ.2447(ค.ศ.1904)และปีพ.ศ.2450(ค.ศ.1907)ซึ่งในสัญญากำหนดให้ใช้สันปันน้ำของเทือกเขาพนมดงรักเป็นเส้นแบ่งเขตแดน(แนวสันปันน้ำก็คือแนวสันเขาที่แบ่งน้ำให้ไหลออกไปเป็นสองฟากนั่นเองซึ่งสันปันน้ำไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นยอดที่สูงที่สุดของเขาก็ได้แต่ต้องเป็นแนวที่เวลาฝนตกลงมาน้ำจะไหลแยกออกเป็นสองฟาก)

เมื่อตกลงกันได้ตามสัญญาแล้วทั้งไทยและฝรั่งเศสจึงได้ตั้งคณะกรรมการปักปั่นเขตแดนขึ้นเพื่อสำรวจแบ่งดินแดนตามสนธิสัญญา

รอบแรกในปีพ.ศ.2447(ค.ศ.1904) โดยมีพลตรีหม่อมชาติเดชอุดมเป็นประธานฝ่ายไทยและพันโทแบร์นาร์เป็นประธานฝ่ายอินโดจีนฝรั่งเศสทางฝรั่งเศสได้นำผลการสำรวจไปเขียนเป็นแผนที่ขึ้นชุดหนึ่งคือ“แผนที่คณะกรรมการปักปันเขตแดนสยามกับอินโดจีน”หรือ“แผนที่แบร์นาร์(Bernard)”โดยแผนที่ดังกล่าวได้เขียนให้ปราสาทเขาพระวิหารอยู่ในดินแดนอินโดจีนของฝรั่งเศส

ส่วนในปีพ.ศ.2450(ค.ศ.1907) ได้มีการเจรจาเปลี่ยนแปลงดินแดนบางส่วนเพิ่มเติ่มจึงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการปักปั่นเขตแดนชุดที่สองโดยมีพระองค์เจ้าบวรเดชเป็นประธานฝ่ายไทยและพันตรีกีชาต์มงแกร์เป็นประธานฝ่ายอินโดจีนฝรั่งเศส

หลังจากนั้นฝรั่งเศสได้นำผลการสำรวจของคณะดังกล่าวไปจัดทำแผนที่เพิ่มเติมขึ้นอีกชุดหนึ่งเรียกว่า“แผนที่มงแกร์(Montguers)”โดยเขตแดนบริเวณเขาพระวิหารยังเป็นตามแผนที่ฉบับเดิม

สยามได้พิมพ์เผยแพร่แผนที่ทั้งสองฉบับและได้ส่งเจ้าหน้าที่ร่วมกับฝรั่งเศสเข้าไปปักหลักเขตแดน


หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองอาณาเขตระหว่างไทยกับอินโดจีนของฝรั่งเศสมีการเปลี่ยนแปลงคือรัฐบาลไทยสมัยจอมพลป.ได้ครอบครองดินแดงจังหวัดนครจัมปาศักดิ์จังหวัดลานช้างจังหวัดพิบูลสงครามและจังหวัดพระตะบองซึ่งอยู่ในเขตกัมพูชาในปัจจุบันเพิ่มเติมตาม“อนุสัญญาโตเกียวพ.ศ.2484”

แต่เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองฝ่ายญี่ปุ่นแพ้สงครามไทยกับฝรั่งเศสได้ทำการเจรจาดินแดนกันใหม่ได้ยกเลิกอนุสัญญาโตเกียวและปรับดินแดนกลับเป็นเหมือนเดิม

ไทยได้ถอนทหารออกจากเขตแดนจังหวัดทั้งสี่และคืนดินแดนให้ตามสัญญาที่ทำไว้กับฝรั่งเศสแต่ยังไม่ยอมถอนทหารออกจากปราสาทเขาพระวิหารซึ่งทางฝรั่งเศสได้ทักท้วงหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้มีการตอบสนองจากฝั่งไทย


หลังจากกัมพูชาประกาศเอกราชจากฝรั่งเศสในพ.ศ.2497ก็ได้รับสืบทอดสนธิสัญญาที่ไทยทำไว้กับฝรั่งเศสและเริ่มเจรจาเรื่องเขตแดนกับฝ่ายไทย

ซึ่งรัฐบาลไทยประกาศในพ.ศ.2501ว่าจะยอมรับสิทธิ์และสนธิสัญญาเกี่ยวกับเขตแดนกับกัมพูชาตามที่ได้ทำสัญญาไว้กับฝรังเศสคือตามสันบันน้ำแต่จะไม่ยอมรับเอกสารใดๆที่แนบท้ายมากับสัญญารวมถึงแผนที่คณะกรรมการปักปันเขตแดนสยามกับอินโดจีนด้วยเพราะถือว่าแผนที่ดังกล่าวเป็นฝ่ายฝรั่งเศสทำขึ้นแต่ฝ่ายเดียว

โดยไทยได้อ้างเส้นสีดำว่าเป็นสันปันน้ำที่แท้จริงตามสัญญาในขณะที่กัมพูชาได้อ้างเส้นประสีแดงตาแผนที่คณะกรรมการปักปันเขตแดนสยามกับอินโดจีน

การตีความสนธิสัญญาและการปักปันเขตแดนทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกัมพูชากับไทยขึ้นจนกระทั้งต้องนำเรื่องขึ้นสู่ศาลโลกในปี2505



@คำตัดสินของศาลโลกในปี 2505 เป็นอย่างไร?

ศาลโลกได้ยกเหตุผลสองประการคือ

1.ไทยได้ยอมรับแผนที่ปักปันในอดีต

อ้างจากที่ไทยมีส่วนร่วมในการปักปันเขตแดนไทยเป็นฝ่ายขอให้ฝรั่งเศสเอาผลการสำรวจไปทำแผนที่และเมื่อแผนที่แล้วเสร็จไทยขอร้องให้ฝ่ายฝรั่งเศสส่งแผนที่มีเพิ่มเพื่อใช้ในราชการไทย


2.การปฏิบัติในภายหลังของไทยแสดงท่าทีเหมือนยอมรับการแบ่งเขตแดนนั้นทำให้ไทยไม่อาจปฏิเสธเส้นเขตแดนนั้นได้ตามหลักกฎหมายปิดปาก

อ้างจากที่พ.ศ.2473สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพและคณะข้าราชการระดับสูงของไทยได้เยี่ยมชมปราสาทพระวิหารที่ชักธงฝรั่งเศสโดยมีข้าหลวงฝรั่งเศสมาต้อนรับในลักษณะเจ้าภาพอย่างเป็นทางการ

นอกจากนั้นไทยยังไม่ได้คัดค้านเส้นเขตแดนในแผนที่แบร์นาดซึ่งแสดงปราสาทอยู่ในเขตกัมพูชาแต่กลับพิมพ์เผยแพร่และปล่อยให้ฝั่งเศสสำรวจดินแดนส่วนนั้นแต่เพียงฝ่ายเดียว

ศาลโลกจึงได้มีคำตัดสินว่าปราสาทเป็นของกัมพูชา และออกคำสั่งให้ "ประเทศไทยมีพันธะที่จะต้องถอนกำลังทหารหรือตำรวจ ผู้รักษาหรือผู้ดูแลซึ่งประเทศไทยส่งไปประจำอยู่ที่ปราสาทพระวิหารหรือบริเวณใกล้เคียงบนอาณาเขตของกัมพูชา"

@ประเด็นของการตีความที่ไม่เหมือนกันของไทยและกัมพูชามาจากไหน?

ประเด็นความกำกวมของการตัดสินของศาลก็คือวลีที่ว่า"initsvicinity on Cambodian territory." หรือ “บริเวณใกล้เคียงบนอาณาเขตของกัมพูชา” นั้นมีขอบเขตอยู่ตรงไหน

ความกำกวมในคำตัดสินนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายยึดถือต่างกันโดยฝ่ายไทยมีมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ปีพ.ศ.2505ให้ถือว่าไทยเสียดินแดนให้กัมพูชาเฉพาะตัวปราสาทพระวิหารหมายความว่าไทยตีความว่า“บริเวณใกล้เคียงบนอาณาเขตของกัมพูชา”คือเฉพาะตรงตัวปราสาทเขาพระวิหารเท่านั้น(ไทยยึดถือตามเส้นสีเหลือตามแผนที่ข้างต้น)

ส่วนทางกัมพูชาตีความว่า“บริเวณใกล้เคียงบนอาณาเขตของกัมพูชา”คือ เส้นเขตแดนที่แบ่งตาม แผนที่ภาคผนวก 1 หรือ แผนที่คณะกรรมการปักปันเขตแดนสยามกับอินโดจีน ซึ่งกำหนดให้ 4.6 ตารางกิโลเมตร อยู่ฝั่งเขมร

หลังจากเกิดการปะทะกันด้วยกำลังทหาร ในสมัยรัฐบาล อภิสิทธิ์ กัมพูชาจึงได้ร้องเรื่องดังกล่าวขึ้นสู่ศาลโลก เพื่อขอให้ศาลโลกตีความว่า ที่ว่า "in its vicinity on Cambodian territory." หรือ “บริเวณใกล้เคียงบนอาณาเขตของกัมพูชา” นั้นมีขอบเขตอยู่ตรงไหนกันแน่



@กัมพูชามีแนวทางการสู้คดีครั้งนี้อย่างไร?

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ทนายของฝ่ายกัมพูชา ในฐานะผู้ร้อง ได้แถลงคดีต่อศาลด้วยวาจาก่อน โดยแนวทางที่กัมพูชาใช้สู้คดีคือ

1. กัมพูชากล่าวหาไทย ว่าใช้กำลังทหารรุกรานกัมพูชาใน ปี 2551, 2552, 2554

2. กัมพูชายอมรับคำตัดสินของศาลโลก ปี พ.ศ.2505 แต่อยากขอให้ตีความ "in its vicinity on Cambodian territory." หรือ “บริเวณใกล้เคียงบนอาณาเขตของกัมพูชา” นั้นมีขอบเขตอยู่ตรงไหนกันแน่ และกัมพูชายืนยันว่าศาลมีอำนาจในการตัดสิน

3. กัมพูชาไม่ยอมรับลวดหนามที่ฝ่ายไทยเอามาล้อมเขาพระวิหารตามมติครม.ของไทยปี 2505 ซึ่งเป็นการตีความคำสั่งศาลโลกฝ่ายเดียว พร้อมทั้งได้ยกหลักฐานว่ากัมพูชาได้แสดงการประท้วงการตีความของไทยมาโดยตลอด และเคยยื่นประท้วงต่อ คณะมนตรีความมั่งคงของสหประชาชาติแล้ว

4. กัมพูชาขอให้ยึดเอาเส้นแบ่งดินแดนตามแผนที่ภาคผนวก1ที่ใช้ในคำตัดสินปี 2505 ของศาลโลก (หรือแผนที่คณะกรรมการปักปันเขตแดนสยามกับอินโดจีน) และอ้างหลักฐานว่าไทยเคยยอมรับเส้นเขตแดนดังกล่าวด้วย

5. กัมพูชามองว่า MOU43 เป็นสัญญาที่ไทยจะเริ่มปักปันเขตแดนกับกัมพูชา เป็นการตกลงเพื่อปักหมุดในพื้นที่จริง ดังนั้นเส้นเขตแดนต้องมีอยู่แล้ว ซึ่งก็คือเขตแดนตามแผนที่ภาคผนวก 1



@ไทยต่อสู้คดีอย่างไร?

วันที่ 17 เม.ย. ทีมทนายของไทยได้กล่าวให้การด้วยวาจาในศาลโลกโดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

1. พื้นที่ 4.6ตารางกิโลเมตร เป็นข้อพิพาทที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อปี 2505 การร้องขอให้ศาลตีความเส้นเขตแดนดังกล่าวเป็นคำขอที่รับไม่ได้ เป็นเหมือนคำอุทธรณ์ ถือว่าเป็นคำร้องโดยมิชอบ และข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ได้แตกต่างไปจากข้อพิพาทเดิมก่อนปี 2505

โดยไทยจะอ้างธรรมนูญของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศมาตรา60ซึ่งบัญญัติว่า"คำพิพากษาของศาลเป็นที่สุดและอุทธรณ์ไม่ได้ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับความหมายหรือขอบเขตของคำพิพากษาศาลต้องตีความตามคำร้องขอของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง"และตีความว่าการร้องขอให้ตีความคำพิพากษาของกัมพูชาแท้จริงแล้วไม่ใช่การขอตีความคำพิพากษาเดิมจริงๆแต่เป็นหารแฝงนัยอุธรณ์อยู่ดังนั้นศาลจึงไม่มีอำนาจในการรับตีความประเด็นดังกล่าว

2.กัมพูชาไม่ได้ใช้หลักฐานใหม่ และใช้เอกสารที่เป็นเอกสารปลอมแปลงต่อศาล

3. แผนที่ภาคผนวก1 ไม่ได้ถูกใช้เป็นนัยยะสำคัญของคำตัดสินในปี 2505 ศาลเพียงใช้ประกอบคำตัดสิน และตัดสินเพียงให้ตัวปราสาทเป็นของกัมพูชา จะอ้างเส้นเขตแดนไม่แผนที่ไม่ได้

4. แผนที่ภาคผนวก 1 ไม่ได้มีเพียงแผนที่เดียว จึงไม่อาจระบุได้ว่าถ้าจะเอาเส้นเขตแดนตามแผนที่จะเอาตามแผนที่ไหน จะเลือกเอาตามแผนที่ที่กัมพูชาชอบที่สุดไม่ได้

5. ไทยได้คำยอมรับคำตัดสินของศาล คืนปราสาทพระวิหารให้กัมพูชา ตามคำสั่งของศาล พ.ศ.2505 แล้ว กัมพูชาเองก็ยอมรับเรื่องนี้ และประกาศในสหประชาชาติ

6. สมเด็จพระนโรดม สีหนุ ก็เห็นรั้วลวดหนามที่ฝ่ายไทยล้อมไว้และเห็นตำรวจของไทยอีกฝั่ง แต่ก็ไม่ได้มีการท้วงติง อีกทั้ง สมเด็จฯ สีหนุ ยังดื่มเฉลิมฉลองด้วย ฉะนั้นเมื่อพิจารณาเทียบกับคำตัดสินของศาลเมื่อปี 2505 ที่ศาลตัดสินว่าการที่กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ขึ้นเขาพระวิหารเป็นการยอมรับว่าตัวปราสาทเป็นของเขมร ดังนั้น การที่สมเด็จพระนโรดม สีหนุ เฉลิมฉลองและไม่ทักท้วงเรื่องลวดหนาม ก็น่าจะยอมรับได้เหมือนกัน

7. ไทยได้สร้างสำนักงาน ประตูทางเข้าปราสาท ซุ้มตรวจตั๋ว ในเขตแดนของไทย ซึ่งกัมพูชาก็ไม่ได้โต้แย้งแต่อย่างใด


การให้การด้วยวาจาในศาลโลก ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์จะมีต่อไปจนถึงวันที่ 19 เม.ย. นี้ และจะมีการประกาศคำตัดสินในเดือนตุลาคม 2556

ที่มา : มติชน

Lawyerthai.com Facebook Cover
เห็นแล้วอยากโดนสาดเลยทีเดียว

Lawyerthai.com Facebook Cover
ขอคนละ 1 like เป็นกำลังใจให้พี่ทหาร :)

Lawyerthai.com Facebook Cover
รู้ไว้ใช่ว่า